เบาหวาน

นานมาแล้วที่ฉันคิดจะเขียนไดอารี่ลงสมุด แต่ก็ไม่ได้เริ่มซักที ฉันรักการเขียนและบันทึกสิ่งต่าง ๆ และไม่ว่าจะไปช็อปที่ไหน สิ่งที่มักสะดุดตาฉัน จนทำให้หยุดดู และพิจารณานานสองนาน คือสมุดบันทึกหรือไดอารี่นั่นเอง ฉันก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่มันคงเป็นความสนใจส่วนตัวของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไปกระมัง แต่ทุกวันนี้ แม้จะหยิบสมุดบันทึกที่ซื้อสะสมไว้มาลูบคลำ แต่ก็ยังไม่ได้เขียนลงไป กลายเป็นว่าเสียดายซะงั้น แต่พอบันทึกเป็นไฟล์ ลงบน PC บล็อก เฟซบุค หรือสมาร์ทโฟน ฉันกลับสามารถทำได้อย่างไม่ลังเล เพื่อนฝูงหรือคนอื่นคงคิดว่าฉันเป็นพวกชอบโชว์ไปเสียแล้ว แต่เหตุผลที่ฉันไม่เคยบอกใครคือ ฉันเสียดายสมุดต่างหากเล่า

ด้วยเหตุนี้เอง สมุดบันทึกของฉันจึงเป็นสมุดบันทึกว่าง ๆ ถูกห่อไว้ในถุงพลาสติกมิดชิด พอมีเวลาก็แกะออกมา ดูแล้วย้อนนึกถึงที่มาของมัน…บางเล่มฉันได้มาจากการซื้อเพราะไปเดินเล่น เหงา ๆ รอเวลานัดกับใครบางคน เล่มนั้นได้มาฟรีเพราะถูกแถมมากับตั๋วหนังที่โรงหนังแห่งหนึ่งใจกลางกรุงเทพ  อีกเล่มก็เหมือนกัน สีชมพูจัด ตัดกับลายจุดสีขาวนั้น ได้มาเพราะซื้อโทรศัพท์รุ่นล่าสุดของเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ส่วนเล่มเล็ก ๆ นั่น มีปกเป็นภาพโปสเตอร์หนังที่ฉันรัก ยังจำได้ว่าฉันไปดูกับเขาคนนั้น คนที่ลาจากกันไปนานแล้ว ส่วนเล่มที่ฉันถือไว้ในมือนี่ เป็นเล่มที่แม่ของฉันซื้อให้ในวันเกิดตอนฉันอายุครบ 16 ปี  แม่บอกว่าไว้ให้ฉันได้ระบายถึงสิ่งที่อยู่ในใจ ที่ไม่สามารถบอกใครได้ การเขียนไดอารี่จะช่วยให้ฉันได้ผ่อนคลาย ….ฉันผู้ซึ่งเจ้าอารมณ์ เอาแต่ใจ  และไม่พอใจสิ่งต่าง ๆ บนโลกง่ายดายเหลือเกิน และที่วางอยู่ข้าง ๆ ฉันอีกเล่ม เล่มนี้เป็นสมุดบันทึกไม่มีเส้นบรรทัด  ซึ่งแม่ซื้อคู่กันมากับอีกเล่ม แม่บอกกับฉันว่าเอาไว้ให้ฉันวาดสิ่งต่าง ๆ ลงไป โดยไม่จำเป็นต้องใช้คำหรือภาษาใด ๆ และไม่ว่าจะเป็นเล่มไหนก็ตาม แม่ขอให้ฉันพกติดตัวไว้เป็นเพื่อน เพียงเท่านี้ลูกของแม่จะเป็นหญิงสาวที่มีจิตใจเบิกบาน แจ่มใส แม้วันนี้สมุดบันทึกจะกลายเป็นของสะสม  ส่วนโลกออนไลน์จะกลายเป็นพื้นที่บันทึกความทรงจำ แต่ไม่ว่าอย่างไร มีฉันก็มีไดอารี่.

0 Responses to เบาหวาน

    Comments are closed.